ใดสมัยใด และไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมในแบบใดก็แล้วแต่ จะ ต้องเกิดการ“ตังคำถามกับชีวิต”หรือจะต้องหาทางตอบคำถามกับ“ปัญหาปัญหาที่ชีวิตใต้ตังเอาไว้ให้กับเขา” ตามคำนิยามของ “ฟรอมม์” นั้น...ไม่ไต้หมายความเพียงแค่ปัญหาในการกิน,การดื่ม,การหาที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่มเพื่อมีชีวิตรอดไปวันๆ เท่านั้น แต่มันเป็นปัญหาในต้าน “ ไล่หนู อารมณ์ ความรู้สึก” ที่จะทำให้ “ตัวตนของตน” เกิดความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ แปลกแยกไปจากสภาวะแวดล้อมรอบข้างใดๆ ก็แล้วแต่ ไม่ว่าสภาวะ แวดล้อมทางธรรมชาติ,ทางวัตถุที่แวดล้อมบุคคลนั้นๆ สภาวะแวดล้อมที่ ประกอบไปด้วยบุคคลนับตั้งแต่ระบบสังคมยันลงมาถึงครอบครัวรวมไปถึง “ตัวตนของตน” อีกด้วยว่าสิ่งที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวตนของตน เป็น ร่างกายและชีวิตนั้นมันเป็นอะไรกันแน่??? เหตุใดที่ตัวเอง “ถูกส่งเข้ามา ในโลกใบนี้โดยไม่ได้เจตนา และจะต้องถูกผลักไสออกไปจากโลกโดยไม, เจตนา” อีกเซ่นกัน
บรรดาอารมณ์ความรู้สึกอันสลับซับซ้อนที่อุบัติขึ้นมาภายใน จิตสำนึกของคนแต่ละคนอย่างไม่มีข้อยกเว้น และเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่ ละเอียดอ่อนยิงไปกว่าอารมณ์หยาบๆ ทางร่างกาย เช่น อารมณ์ที่ทำให้ รู้สึกหิว,หนาว,ร้อน ฯลฯ ธรรมดาๆ อารมณ์ที่ต้องการจะทำให้ตัวตนของ ตนมีความกลมกลืนไปกับผู้อื่น กลมกลืนไปกับสภาวะแวดล้อมรอบข้าง ไป จนถึงความต้องการที่จะให้ความรู้สึกของตนเองเกิดความมั่นคงในการมี ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ต้องการเป็นอิสระจากการถูกกักขังอยู่ในโลกใบ นี้...ฯลฯ สิ่งเหล่านี้นี่เ'องที่ทำ'ให้ “ฟรอมม์” สรุปว่า... “มนุษย์คนใดก็ตามที่ ยอมสดับปัญหาที่ชีวิตตั้งเอาไว้กับเขา และถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้อง ตอบปัญหานี้...มนุษย์ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ที่...นับถือศาสนา...”และความพยายาม “ตอบคำถาม” เหล่านี้...มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ “มา
ภายหลัง” หรือหลังจากที่มนุษย์!ด้กิน,ได้ดื่ม, วิธีกำจัดหนู หรือหาเครื่องนุ่งห่มมาปกปิดร่างกายตัวเองกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...สิ่ง เหล่านี้ถึงจะอุปตขึ้นมา แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับ “ความมีชีวิต” หรือเมื่อเกิดความสำนึกว่าตัวตนของตนได้อุบัติขึ้นมา!,ป็นมนุษย์ในโลกใบ นี้...นั่นเอง...และบรรดาอารมณ์ความรู้สึกที่ทำให้มนุษย์ต้องพยายามตอบ คำถามในลักษณะที่ว่านี้นี่แหละ...ที่ทำให้บรรดานักประวัติศาสตร์ โบราณคดีจำต้องให้ข้อสรุปเอาไว้ว่า มันแสดงให้เห็นมาตั้งแต่ “มนุษย์ เริ่มรู้จักยืน 2 ขา” หรือมันถูกแสดงออกมาพร้อมๆกับ “ความเป็นมนุษย์” ตั้งแต่เริ่มแรก เพราะแม้กระทั่งจะย้อนกลับไปค้นหาร่องรอยหลักฐานของ กลุ่มคนที่ไม่ได้จัดอยู่ในสายพันธุมนุษย์ปัจจุบัน อปางเช่น “มนุษย์นแอ-นด์ เดอร์ธัล ฮันทาไวรัส” ที่นักประวัติศาสตร์-โบราณคดีให้ความยอมรับว่ามีชีวิตอยู่ก่อน หน้าที่สายพันธุมนุษย์ปัจจุบันจะปรากฏตัวขึ้นมาในโลกนี้ ร่องรอยที่ สะท้อนถึงอารมณ์ความรู้สึกดังกล่าว หรือสะท้อนให้เห็นถึงความ พยายามในการตอบคำถามที่ว่า ก็ปรากฏให้เห็นอยู่หลักฐานการใช้ชีวิต ของมนุษย์กลุ่มนี้ ไม่ว่าการนำเอากระดูกสัตว์มาวางเรียงเอาไว้อย่างเป็น ระเบียบในหลุมฝังศพของคนตาย การนำเอาดอกไม้แห้งหรือภาชนะมา บรรจุเอาไว้ในหลุมศพ...ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นการแสดงออกถึงความ พยายามให้คำตอบ-คำอธิบายต่อเรื่องราวของชีวิต หรือต่อ “ปัญหาที่ชีวิต ได้ตั้งเอาไว้ให้กับเขา” ด้วยกันทั้งสิ้น หรือเป็นการแสดงออกถึง “พิธีกรรม ทางศาสนา” มาตั้งแต่มนุษย์อาจจะยังไม่ปักหลักสร้างถิ่นที่อยู่อาศัยกัน อย่างเป็นหลักเป็นฐาน... ไล่หนูไฟฟ้า ความหมายของคำว่า “ชีวิต” สำหรับความเป็นมนุษย์ตั้งแต่เริ่ม แรก...มันจึงไม่น่าจะมีความหมายแต่เพียงแค่“ความอยู่รอดในทางร่างกาย” แต่เพียงเท่านั้น แต่มันประกอบไปด้วยการดิ้นรนเพื่อให้เกิดความอยู่รอดที่ ลึกลงไปถึงภายใต้จิตสำนึกล่วนลึก...หรือที่มีการเรียกขานกันในหมู่ผู้ที่นักโทษรัสเชีย ได้รับของที่ระลึกมาจากเรือนจำ 2 อย่าง...นั่นก็คือ รอยสักรปพระเยชคริสต์Qกตรึงกางเขน และเชื้อวัณโรคดื้อยา...เขาอาจ
 

Comment

Comment:

Tweet