“ติฉันไม่ได้หวังถึงสิ่งนั้นหรอกเจ้าค่ะ แต่เพราะในแต่ละวันมี เรื่องที่กังวลมากมาย จนทำให้จิตใจฟ้งซ่าน การถวายดอกไม้ให้พระ พุทธ ทำให้ดิฉันพอจะสงบใจลงได้บ้าง”พ่ซ'๗    51 %* “แต่ถึงกระนั้นเมื่อกลับไปที่บ้านจิตก็ฟ้งซ่านและสับสนขึ้นอีก วงจรไล่หนู  เพราะมีเรื่องราวที่ทำให้ต้องกังวลมากมายเหลือเกินเจ้าค่ะ พระ อาจารย์พอจะมีวิธีแนะนำดิฉันบ้างไหมเจ้าคะ ว่าจะต้องทำอย่างไรถึง จะรักษาจิตใจให้สงบและผ่องใสได้อยู่ตลอดเวลา”“การรักษาจิตให้ผ่องใสก็ไม่ต่างอะไรกับการดูแลดอกไม้ใน แจกัน โยมรักษาดอกไม้ให้งดงามได้ โยมก็น่าจะรู้วิธีที่จะรักษาจิตของ ตนเองให้งดงามได้เซ่นกัน”ไม่เข้าใจเจ้าค่ะ จิตกับดอกไม้จะใช"วิธีดูแลเหมือนกันได้อย่างไร”“ทำไมจะไม่เหมือนล่ะโยม ก่อนที่โยมจะปักดอกไม้ลงใน แจกัน โยมก็ต้องตัดส่วนที่เน่า ต้องตัดส่วนที่ไม่ดีออกก่อนให้หมด เมื่อ ใส่ลงไปในแจกันดอกไม้ก็จะสามารถดูดนํ้าขึ้นไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ หากโยมไม่ตัดส่วนที่เน่าเสียออก  ไล่หนูไฟฟ้า ปักใส่แจกันลงไปทั้งอย่างนั้นส่วน ที่เน่าเสียก็จะลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ทำให้ดอกไม้เหี่ยวเฉาในเวลาไม่กี่ ชั่วยาม”“แล้วเหมือนกับการรักษาจิตให้ผ่องใสอย่างไรเจ้าคะ”“การรักษาจิตก็เช่นกัน โยมต้องตัดส่วนที่ไม่ดี ต้องตัดส่วนที่ เน่าเสียออกก่อน ซึ่งก็คือกิเลสที่เป็นเหตุให้ใจต้องเศร้าหมอง เมื่อโยม ตัดกิเลสได้ จิตของโยมก็จะผ่องใสไม่ฟ้งซ่าน”ถ้าเซ่นนั้นดิฉันขอมาถือศีล และบำเพ็ญเพียรที่วัดได้หรอไม่ เจ้าคะ ได้ฟังเสียงสวดมนต์ได้ฟังเสียงระฆัง จิตใจจะได้สงบมากยิ่งขึ้น”“ไม่จำเป็นหรอกโยม หากโยมต้องการจะรักษาศีล ต้องการที่ จะปีกจิต ที่ไหนๆ ก็คือวัด เมื่อหูของโยมได้ยินเสียงของพุทธะ เมื่อจิต ของโยมปราศจากกิเลส ไม่ว่าอยู่ที่ไหนโยมก็จะสงบ”แง่คิดจากเขนกิเลส คือสิ่งที่เกาะติดอยู่ในใจซึ่งจะทำให้จิตใจเศร้าหมอง ได้แก่ ราคะ โลภะ โทสะ และโมหะราคะ คือ กำจัดหนู ความกำหนัดยินดี ความพอใจ ความติดใจในรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสโลภะ คือ ความอยากได้ ใคร่ดีโทสะ คือ ความโกรธ ความขัดเคือง ความไม่พอใจโมหะ คือ ความหลงมัวเมา ความโง่เขลาเบาปัญญา หรือ อวิชชา นั้นเองถ้าตัดกิเลสหรือลดละเลิกให้น้อยลงได้ จิตใจก็จะเป็นสุข และ ปราศจากความทุกข์ทั้งปวง
 

Comment

Comment:

Tweet